Close Menu
    Facebook X (Twitter) Instagram
    phuketonetrip
    • Home
    • ความบันเทิง
    • ข่าวสารล่าสุด
    • สุขภาพ
    phuketonetrip
    สูตรอาหาร

    สูตรทำเลฟเซ (Lefse): ขนมปังแผ่นบางนุ่มและ อร่อย แบบนอร์เวย์

    Jeffrey PhillipsBy Jeffrey PhillipsOctober 30, 2025No Comments2 Mins Read

    ในโลกของขนมปังและแป้งอบ มีอาหารพื้นบ้านหลายชนิดที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและภูมิอากาศของแต่ละประเทศได้อย่างชัดเจน อร่อย หนึ่งในนั้นคือ เลฟเซ (Lefse) ขนมปังแผ่นบางจากประเทศนอร์เวย์ที่มีรสชาติเรียบง่ายแต่น่าหลงใหล ด้วยพื้นผิวที่นุ่มละมุนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมันฝรั่งต้มบดผสมเนย เลฟเซจึงกลายเป็นอาหารประจำบ้านของชาวนอร์เวย์มานานหลายศตวรรษ ไม่ว่าจะรับประทานกับน้ำตาล อบเชย หรือเสิร์ฟคู่ปลาแซลมอนรมควัน ก็อร่อยได้ทุกแบบ

    บทความนี้จะพาไปรู้จักกับต้นกำเนิดของเลฟเซ ความสำคัญทางวัฒนธรรม เทคนิคการทำที่ละเอียดอ่อน รวมถึงสูตรการทำเลฟเซแบบโฮมเมด ที่จะทำให้คุณสัมผัสกลิ่นอายของนอร์เวย์ได้จากครัวของคุณเอง


    ต้นกำเนิดของเลฟเซ

    เลฟเซมีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปีในนอร์เวย์ โดยเชื่อกันว่าเริ่มทำขึ้นในยุคที่ขนมปังธรรมดาทำได้ยากในฤดูหนาว เพราะอากาศหนาวจัดและการเก็บรักษาแป้งสาลีเป็นเรื่องลำบาก ชาวนอร์เวย์จึงใช้ มันฝรั่ง ซึ่งปลูกได้ง่ายและเก็บได้นาน มาเป็นวัตถุดิบหลักแทนแป้งบางส่วน

    เมื่อมันฝรั่งถูกนำเข้ามาในยุโรปตอนเหนือช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 เลฟเซแบบมันฝรั่ง (Potato Lefse) ก็เริ่มแพร่หลายอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นขนมปังประจำครัวเรือนของเกษตรกรทั่วนอร์เวย์ ชาวบ้านนิยมทำเลฟเซในช่วงเทศกาลคริสต์มาสหรือในงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ โดยมักจะทำเป็นจำนวนมาก แล้วเก็บไว้กินได้นานด้วยการห่อผ้าไว้ให้คงความนุ่ม

    เลฟเซจึงไม่ได้เป็นเพียงอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและประเพณีในครอบครัวนอร์เวย์ ที่มักรวมตัวกันทำเลฟเซรุ่นต่อรุ่นในทุกปี


    ลักษณะและความหลากหลายของเลฟเซ

    เลฟเซมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาคของนอร์เวย์ ตัวอย่างเช่น

    • Potetlefse (เลฟเซมันฝรั่ง) เป็นแบบที่นิยมที่สุด ทำจากมันฝรั่งบดผสมเนย ครีม และแป้งสาลี เนื้อแป้งจะนุ่มและมีรสหวานมัน
    • Tynnlefse (เลฟเซบาง) มีเนื้อบางคล้ายเครป ใช้แป้งสาลีล้วน มักทาด้วยเนยและโรยน้ำตาลผสมอบเชย
    • Hardangerlefse มาจากแถบ Hardanger ทำจากแป้งข้าวไรย์และแป้งสาลี มีเนื้อแน่นและกลิ่นหอมเฉพาะตัว
    • Kling หรือ Møsbrømlefse จากภาคเหนือ มักเสิร์ฟพร้อมซอสเนยและน้ำตาลหวานเข้มข้น

    แม้แต่ในอเมริกาเหนือ ชุมชนชาวนอร์เวย์ที่อพยพไปตั้งรกรากในรัฐมินนิโซตาและดาโกตา ก็ยังคงรักษาประเพณีการทำเลฟเซไว้เป็นอย่างดีจนถึงทุกวันนี้


    ส่วนผสมและอุปกรณ์สำหรับทำเลฟเซแบบดั้งเดิม

    การทำเลฟเซอาจดูเรียบง่าย แต่ในความจริงนั้นต้องใช้ความละเอียดและความแม่นยำในการนวดและรีดแป้ง ส่วนผสมพื้นฐานประกอบด้วย

    วัตถุดิบ:

    • มันฝรั่งต้มบดละเอียด 500 กรัม (เลือกใช้พันธุ์ที่เนื้อแห้ง เช่น Yukon Gold หรือ Russet)
    • เนยจืด 50 กรัม
    • ครีมเข้มข้นหรือครีมเปรี้ยว 60 มิลลิลิตร
    • เกลือ ½ ช้อนชา
    • น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับเลฟเซแบบหวาน)
    • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 150–200 กรัม (ปรับตามความชื้นของมันฝรั่ง)

    อุปกรณ์:

    • หม้อและที่บดมันฝรั่ง
    • ชามผสม
    • ไม้นวดแป้ง
    • เขียงไม้หรือโต๊ะรีดแป้ง (โรยแป้งไว้บาง ๆ)
    • กระทะแบนหรือแผ่นเหล็กสำหรับย่าง (เรียกว่า lefse grill ในภาษานอร์เวย์)

    วิธีทำเลฟเซแบบนอร์เวย์ดั้งเดิม

    1. ต้มและบดมันฝรั่ง
      ปอกเปลือกมันฝรั่ง หั่นเป็นชิ้น ต้มจนสุกนุ่ม จากนั้นนำขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ แล้วบดจนเนียนละเอียด อย่าให้มีเศษก้อน เพราะจะทำให้แป้งไม่เรียบ
    2. ผสมเนยและครีม
      ขณะที่มันฝรั่งยังอุ่นอยู่ ใส่เนยลงไป คนให้ละลายทั่ว จากนั้นเติมครีมหรือครีมเปรี้ยวลงไป คลุกให้เข้ากันจนเนียน
    3. พักให้เย็นและนวดแป้ง
      พักส่วนผสมไว้ให้เย็นสนิท จากนั้นเติมแป้งสาลีและเกลือ นวดให้เข้ากันจนได้แป้งเนียนนุ่ม ไม่ติดมือ (แต่อย่าใส่แป้งมากเกินไป เพราะจะทำให้เลฟเซแข็ง)
    4. แบ่งและรีดแป้ง
      แบ่งแป้งออกเป็นก้อนเท่ากัน ขนาดประมาณลูกปิงปอง โรยแป้งบาง ๆ แล้วรีดให้เป็นแผ่นกลมบาง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 20–25 เซนติเมตร
    5. ย่างบนกระทะแบน
      ตั้งกระทะแบนหรือแผ่นเหล็กบนไฟกลาง นำเลฟเซลงย่างทีละแผ่น พลิกเมื่อเริ่มเห็นฟองอากาศขึ้นเล็กน้อย และด้านล่างเป็นสีน้ำตาลทอง ย่างอีกด้านจนสุกทั้งสองข้าง
    6. เก็บและเสิร์ฟ
      เมื่อย่างเสร็จแล้ว ให้ซ้อนเลฟเซไว้ในผ้าสะอาดเพื่อรักษาความชื้นและความนุ่ม จากนั้นเสิร์ฟพร้อมเนย น้ำตาล อบเชย หรือปลาแซลมอนรมควัน

    เคล็ดลับความอร่อย

    • มันฝรั่งที่ดีคือหัวใจของเลฟเซ ควรเลือกชนิดที่แห้งและบดง่าย เพราะจะช่วยให้แป้งเนียนและไม่แฉะ
    • รีดให้บางและสม่ำเสมอ เพราะเลฟเซที่บางจะนุ่มและย่างได้สุกเท่ากัน
    • อย่าย่างนานเกินไป เพราะจะทำให้เลฟเซแห้ง ควรย่างจนเพียงมีจุดสีน้ำตาลอ่อนเท่านั้น
    • เก็บในผ้าขาวบางหรือพลาสติกห่อแน่น เพื่อรักษาความชื้นและความนุ่มได้นานขึ้น

    การเสิร์ฟเลฟเซในวิถีนอร์เวย์

    ในนอร์เวย์ การเสิร์ฟเลฟเซขึ้นอยู่กับโอกาสและฤดูกาล หากเป็นเลฟเซหวาน มักทาด้วยเนย โรยน้ำตาลและอบเชย แล้วม้วนเป็นแท่งเล็ก ๆ เหมือนขนมโรล ส่วนเลฟเซเค็มมักใช้เป็นแผ่นห่อปลาแซลมอนรมควัน ชีส หรือเนื้อกวางแห้ง เป็นเมนูของว่างแบบดั้งเดิมในช่วงฤดูหนาว

    ในเทศกาลคริสต์มาสและงานเฉลิมฉลองในครอบครัว การทำเลฟเซถือเป็นกิจกรรมที่รวมคนทุกวัยไว้ด้วยกัน เด็ก ๆ มักช่วยรีดแป้ง ขณะที่ผู้ใหญ่เป็นคนย่างและจัดเสิร์ฟ กลิ่นหอมของมันฝรั่งและแป้งที่ลอยอยู่ในบ้านในช่วงนี้ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่นในฤดูหนาวของชาวนอร์เวย์


    เลฟเซในโลกปัจจุบัน

    ปัจจุบัน เลฟเซได้รับความนิยมข้ามพรมแดนไปทั่วโลก โดยเฉพาะในอเมริกาและยุโรปเหนือ มีการดัดแปลงสูตรให้เข้ากับรสนิยมของแต่ละประเทศ เช่น เติมวานิลลา ใส่ไส้ผลไม้ หรือทำเป็นแซนด์วิชสไตล์สมัยใหม่ แต่ไม่ว่าสูตรจะเปลี่ยนไปอย่างไร หัวใจสำคัญของเลฟเซก็ยังคงเดิม คือความเรียบง่าย ความใส่ใจ และการแบ่งปัน

    สำหรับใครที่อยากสัมผัสความอบอุ่นแบบนอร์เวย์จากในครัว การทำเลฟเซด้วยมือของคุณเองคือประสบการณ์ที่ทั้งอบอุ่นและน่าประทับใจ เพราะทุกขั้นตอนตั้งแต่การบดมันฝรั่งจนถึงการย่างแผ่นสุดท้าย ล้วนเต็มไปด้วยความละเอียดและความรักในอาหารแบบบ้าน ๆ ของชาวสแกนดิเนเวีย

    เลฟเซ: สะพานแห่งรสชาติระหว่างอดีตและปัจจุบัน

    เลฟเซไม่ได้เป็นเพียงขนมปังพื้นบ้านที่ตกทอดมาจากอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของความเชื่อมโยงระหว่างยุคสมัยและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป ชาวนอร์เวย์จำนวนมากยังคงรักษาธรรมเนียมการทำเลฟเซในครอบครัว แม้โลกสมัยใหม่จะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีและอาหารสำเร็จรูป ความภูมิใจในรสชาติแบบดั้งเดิมยังคงอยู่ และเลฟเซคือสิ่งที่เชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับรากเหง้าของตนเอง

    ในหมู่บ้านชนบทของนอร์เวย์ ทุกฤดูหนาวมักมี “งานทำเลฟเซ” ที่สมาชิกในครอบครัวจะรวมตัวกันตั้งแต่เช้าตรู่ เตรียมมันฝรั่ง นวดแป้ง และช่วยกันย่างบนกระทะใหญ่ บางครอบครัวจะร้องเพลงพื้นบ้านระหว่างทำ บางบ้านจะเล่าความทรงจำเก่า ๆ ของคุณย่าคุณยายที่เคยสอนสูตรนี้ ทุกแผ่นที่รีดและย่างเสร็จจึงไม่ใช่แค่ขนมปังธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่นและความรักในครอบครัว


    การแพร่หลายของเลฟเซในต่างประเทศ

    เมื่อชาวนอร์เวย์อพยพไปยังสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในศตวรรษที่ 19 พวกเขาได้นำวัฒนธรรมการทำเลฟเซติดตัวไปด้วย ปัจจุบันในรัฐมินนิโซตา ไอโอวา และนอร์ทดาโกตา มีการจัดงาน “Lefse Festival” เป็นประจำทุกปี เพื่อเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษ

    ในงานเทศกาลนี้ ผู้คนจะได้ลองชิมเลฟเซหลายรูปแบบ ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบร่วมสมัย เช่น เลฟเซไส้ผลไม้แห้ง เลฟเซราดน้ำผึ้ง หรือแม้แต่เลฟเซไส้เนื้อรมควัน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนต่างรู้สึกประทับใจกับรสชาติอ่อนโยนที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน และความจริงใจของผู้คนที่ยังคงทำขนมนี้ด้วยมือเหมือนในอดีต

    การที่เลฟเซยังคงมีชีวิตชีวาในต่างแดน แสดงให้เห็นว่าอาหารไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่รับประทานเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของอัตลักษณ์และความทรงจำของผู้คน


    เลฟเซในเมนูร่วมสมัย

    แม้จะเป็นของดั้งเดิมจากยุคโบราณ แต่เชฟยุคใหม่จำนวนมากได้นำเลฟเซมาประยุกต์เข้ากับเมนูสมัยใหม่อย่างสร้างสรรค์ ตัวอย่างเช่น

    • เลฟเซห่อปลาแซลมอนรมควันกับครีมชีสและผักสด กลายเป็นอาหารเช้าสไตล์นอร์ดิกที่หรูหราแต่ยังคงกลิ่นอายพื้นบ้าน
    • เลฟเซไส้ผลไม้ป่าและครีมวานิลลา ถูกเสิร์ฟในร้านขนมชื่อดังในออสโลในฐานะของหวานประจำฤดูร้อน
    • เลฟเซม้วนเนยถั่วและกล้วยหอม เป็นของว่างยอดนิยมในหมู่เด็ก ๆ ชาวนอร์เวย์ในยุคใหม่

    แม้สูตรและวิธีเสิร์ฟจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยหายไปคือ “หัวใจแห่งเลฟเซ” — ความตั้งใจในการสร้างสรรค์อาหารที่เรียบง่ายและจริงใจ


    เคล็ดลับการเก็บรักษาและอุ่นเลฟเซ

    เพื่อให้เลฟเซคงความนุ่มและรสชาติเดิมได้นาน ควรเก็บไว้ในผ้าขาวบางหรือห่อด้วยพลาสติกใส่กล่องสุญญากาศ แล้วเก็บในตู้เย็น สามารถเก็บได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์ หากต้องการเก็บนานกว่านั้น ให้แช่แข็งโดยแยกแต่ละแผ่นด้วยกระดาษไข เมื่อจะรับประทานให้นำออกมาพักให้คลายเย็น แล้วอุ่นบนกระทะหรือไมโครเวฟไม่เกิน 20 วินาที

    การอุ่นที่ถูกวิธีจะช่วยให้เลฟเซกลับมานุ่มเหมือนเพิ่งย่างใหม่ กลิ่นหอมของมันฝรั่งและเนยจะฟุ้งขึ้นอีกครั้ง ทำให้รสชาติคงเดิมไม่ต่างจากวันแรกที่ทำ


    ความหมายเชิงลึกของเลฟเซในวัฒนธรรมสแกนดิเนเวีย

    เลฟเซไม่เพียงเป็นอาหาร แต่ยังเป็น “เรื่องเล่าแห่งชีวิต” ของผู้คนในดินแดนที่ฤดูหนาวยาวนานและทรัพยากรจำกัด มันเป็นสัญลักษณ์ของความพอเพียง ความอดทน และการหาความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ

    ในอดีต ชาวนอร์เวย์ทำเลฟเซเพื่อใช้แทนขนมปัง เพราะสามารถเก็บไว้ได้นานและประหยัดวัตถุดิบ ปัจจุบัน แม้จะไม่จำเป็นต้องพึ่งพามันเพื่อความอยู่รอด แต่ผู้คนยังคงทำเลฟเซด้วยความเคารพต่อบรรพบุรุษ และเพื่อระลึกถึงรากเหง้าของตน

    เลฟเซจึงเป็นเครื่องเตือนใจว่าความงดงามของอาหารไม่ได้อยู่ที่ความหรูหรา แต่อยู่ที่ความตั้งใจ ความเรียบง่าย และความหมายที่แฝงอยู่ในทุกคำที่เรากิน


    สรุป: ความนุ่มละมุนของเลฟเซที่ไม่เลือนหาย

    เลฟเซ (Lefse) คือขนมปังแผ่นบางที่รวมความอบอุ่น ความทรงจำ และจิตวิญญาณของชาวนอร์เวย์ไว้ในหนึ่งคำ ความหอมของมันฝรั่งบด เนย และครีม สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง อาหารชนิดนี้สอนให้เราเห็นว่าการทำอาหารไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติ แต่เป็นการรักษาความทรงจำและวัฒนธรรมให้คงอยู่

    ไม่ว่าคุณจะกินเลฟเซในกระท่อมไม้เล็ก ๆ กลางหิมะ หรือในครัวทันสมัยในเมืองใหญ่ รสชาติของมันยังคงเหมือนเดิม — นุ่ม ละมุน และเต็มไปด้วยความรักจากคนทำ

    ดังนั้น หากวันใดคุณต้องการสัมผัสความสุขอันเรียบง่ายแบบนอร์เวย์ ลองต้มมันฝรั่ง บดให้เนียน ผสมแป้ง รีดอย่างใจเย็น แล้วนำไปย่างจนมีกลิ่นหอม นั่นคือช่วงเวลาที่คุณไม่ได้แค่ทำขนมปัง แต่กำลังสร้างความทรงจำที่อบอุ่นและยั่งยืน — เหมือนที่ชาวนอร์เวย์ทำกันมาหลายร้อยปีภายใต้ชื่อที่แสนเรียบง่ายแต่มีความหมายลึกซึ้งว่า เลฟเซ (Lefse).

    5 วิธีง่ายๆ ในชีวิตประจำวันเพื่อเสริมสร้างระบบ ภูมิคุ้มกัน จากญี่ปุ่นสู่ ตุรกี การสำรวจวัฒนธรรมและอาหารโลก ตลาดโลก ท่ามกลางความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ผลกระทบของมลพิษทางน้ำต่อการแพร่กระจายของ โรค สำรวจหมู่ เกาะ จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในอินโดนีเซีย สูตรทำเลฟเซ (Lefse): ขนมปังแผ่นบางนุ่มและ อร่อย แบบนอร์เวย์
    Jeffrey Phillips

    Related Posts

    Poronkäristys: เมนูเนื้อ กวาง เรนเดียร์แลปแลนด์รสชาติเข้มข้น

    November 17, 2025

    Lihapullat ของฟินแลนด์: สูตรลูกชิ้น นอร์ดิก ที่นุ่มนวลและเผ็ดร้อน

    November 17, 2025

    จากปาร์ริลลาดาถึงมาตามเบร: อาหาร อาร์เจนตินา ที่ต้องลอง

    November 16, 2025

    Comments are closed.

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.